วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2557

ฟอนต์ตัวเล็ก




ร่างกระทัดรัดในชุดเสื้อกาวน์สีขาว มือข้างขวาถือแก้วกาแฟร้อนๆ ไว้เป็นเพื่อนคู่ใจในช่วงเวลากลางคืนที่อากาศแสนจะอบอ้าว ตอนนี้เป็นเวลาราวๆ ตีสองกว่า เขาเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากพยาบาลคนสวยที่เคาท์เตอร์ว่ามีเคสพิเศษเร่งด่วนให้รีบตรวจสอบ จากที่กำลังนอนกรนน้ำลายไหลอยู่ในอพาร์ทเมนได้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเจ้าตัวก็จำต้องรีบคว้าเสื้อกาวน์พร้อมป้ายชื่อแพทย์บยอนแบคฮยอนแล้วบึ่งรถด้วยความเร็วสูงอย่างกับฟาสแอนเดอะฟิวเรียสมาทำงานหามรุ่งหามค่ำกันเลยทีเดียว
'แอ๊ดดดด'
มือเรียวปิดประตูห้องทำงานลงช้าๆ หวังว่ามันจะเกิดเสียงดังน้อยที่สุด ก่อนจะวางกาแฟไว้ที่โต๊ะเครื่องมือทางการแพทย์แล้วหยิบถุงมือสีขาวขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติและขับไล่ความง่วงออกไป พูดก็พูดเหอะ นี้เพิ่งนอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมงเองนะ พร้าจ้าว ทำไมงานของเขามันถึงเยอะอย่างนี้ เห้อ เกิดมาน่าตาดีไม่พอยังต้องขยันด้วย ไม่ทำงานแล้วเขาจะเอาอะไรกิน หญ้าเหรอ นั้นสำหรับควาย
"คุณรู้มั้ยว่าตอนนี้มันเป็นเวลากี่โมง"
ปากเล็กถามเรื่อยเปื่อยอย่างไม่ใส่ใจว่าอีกคนจะตอบหรือไม่เพราะยังไงเขาก็ไม่ได้หวังคำตอบจากอีกฝ่ายอยู่แล้ว ในขณะที่ห้องทั้งห้องเงียบเป็นเป่าสากมีเพียงเสียงเตรียมมีดและอุปกรณ์ต่างๆ ดัง เฉ้ง ฉ้าง เหมือนกับหนังจีนกำลังภายในเท่านั้น
"คุณสำคัญอะไรนักหนาถึงขนาดที่พยาบาลต้องโทรเรียกผมที่กว่าจะได้นอนหลับก็ปาไปเกือบตีหนึ่งครึ่งให้ลุกขึ้นมากันละเนี้ย หื้ม?"
พูดเหมือนตำหนินิดๆ ซึ่งที่จริงแล้วก็ไม่นิดหรอก เขากำลังตำหนิอยู่จริงๆ เหลือบหางตาคมเฉี่ยวที่มีขี้ตาติดเป็นก้อนเล็กๆ เพราะแคระไม่หมดไปมองคนบนเตียงที่หลับสนิทไม่ขยับตัวแม้สักนิดเดียว ถ้าขยับตัวนี้สิแปลก เขาคงวิ่งหนีออกห้องไปเมื่อตั้งแต่สองจุดศูนย์ศูนย์วิ่ที่เดินเข้ามาแล้ว แบคฮยอนยกกาแฟขึ้นจิบก่อนจะถือมีดเตรียมผ่าตัดเดินมาดู'ศพ'ที่อยู่ในสภาพจัดว่าสมบูรณ์มากๆ พร้อมกับไล่สายตามองตั้งแต่หน้าจนถึงปลายเท้า โห หล่อซะเปล่าขี้เล็บนี้เต็มตีนเลย
"อื้อหื้มมมม ขนาดตายแล้วของๆ คุณยังตุงอยู่เลย แสดงว่าของแท้พ่อให้มา"
ใบหน้าหวานพยักหน้ากับตัวเองแล้วเริ่มจับนู้นจับนี้บนร่างกายสมส่วนที่ไม่มีร่องรอยหรือบาดแผลถูกทำร้ายแม้สักนิดเดียว ศพยังดูตัวอุ่นๆ ไม่ซีดเหมือนศพคนธรรมดาที่เขาเคยเห็น เพราะเป็นเคสที่แปลกแบบนี้รึเปล่าพยาบาลชเวถึงได้โทรเรียกเขามาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน หรือที่แท้แล้วโทรไปหาหมอคนอื่นแต่เขาไม่มา?
แบคฮยอนละสายตาจากศพที่นอนบนเตียงหันกลับไปลากโต๊ะล้อเลื่อนเข้ามาใกล้ๆ กะจะเริ่มผ่าพิสูจน์ศพให้เสร็จไวๆ แล้วกลับไปนอนพักผ่อนต่อที่อพาร์ทเมนเพราะร่างกายเขาใกล้จะกลายเป็นซอมบี้เข้าไปทุกที ขณะที่กำลังยืนสำรวจร่างกายของศพก็รู้สึกว่าเหมือนมีคนยืนจ้องอยู่ อาจจะเป็นความรู้สึกที่คิดไปเองก็ได้แต่พอหันกลับไปก็แทบชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งมายืนด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้...ก็ถ้ารู้ก็จะบอกว่ารู้นะแหละ แต่นี้ไม่รู้ไงเลยบอกไม่รู้ เออ ช่างเหอะ ทำไมเขาต้องอธิบายให้คนอ่านงงด้วย
"อ้าว คุณเป็นใครเนี้ย? เข้ามาได้ยังไง พื้นที่ส่วนนี้ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามานะครับ"
พยายามพูดจาให้นิ่มที่สุด เผื่อคนๆ นี้จะเป็นคนไข้ที่หลงเดินเข้ามาในห้องจะได้เกรงกลัวแล้วรีบเดินออกไป แต่คงจะไม่ใช่แบบนั้นหรอกเพราะป้ายหน้าห้องก็บอกอยู่ทนโท่ว่าเป็นห้องชันสูตร บางทีผู้ชายตรงหน้าอาจจะอ่านหนังสือไม่ออกก็ได้เลยเดินเข้ามา แถมออกปากไล่ขนาดนี้แล้วยังไม่ไปอีก นอกจากจะอ่านหนังสือไม่ออกแล้วงหูตึงด้วยซิเนี้ย ชีวิตช่างน่าสงสาร
'...'
"ไม่ได้ยินเหรอครับว่าไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามา?"
'ผมไม่ได้อยากเขามาคุณนั้นแหละพามา'
เสียงทุ้มแหบต่ำในลำคอถูกเปร่งออกจากบุคคลตรงหน้าที่แบคฮยอนคิดว่าเป็นคนไข้ เขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อผู้ชายคนนี้พูดอะไรแปลกๆ ชวนงง คือกูก็เดินเข้ามาคนเดียวแงะ ได้ไปชวนมึงตอนไหนนี้ยังไม่รู้เลย ไล่สำรวจมองใบหน้าได้รูป คิ้วโค้งเข้มอย่างกับเอาหมิ่นมาป้าย ดวงตาสีน้ำตาลหม่นดูไร้แสง ที่ถุงใต้ตาคล้ำๆ ประหนึ่งญาติสนิทชิดเชื้อกับหมีแพนด้า จมูกโด่งเป็นสันเขื่อนภูมิพลและริมฝีปากหนาสีซีดเหมือนผัดถั่วงอกโง่ๆ ที่แม่ค้าตามตลาดเอาของเก่ามาผัดใหม่เพราะขายไม่ออก อือหื้อออ ดูรวมๆ  ก็หล่อดีออกแต่ก็น้อยกว่าเขาไปนิดนึง คือหล่อขนาดนี้แล้วยังขี้มโนหาว่าเขาเป็นคนพาเข้ามาด้วยอีกนะเราอะ 
"ผมไปอันเชิญให้คุณเข้ามาตอนไหนเหรอครับคนไข้ เฮลโหล้ว มีสติรึเปล่าเนี้ย"
ริมฝีปากบางพึมพำเบาๆ แล้วรีบหันไปมองสำรวจดูศพที่นอนหลับตานิ่งสนิทไม่หายใจ แล้วหันควับกลับไปมองผู้ชายตรงหน้าที่ยังยืนอยู่ที่เดิม คือหน้าคล้ายกับคนที่นอนอยู่เลยเนอะ เป็นญาติกันรึเปล่าหว่าแถมยังจ้องหน้าเขาไม่วางตาขนาดนี้
'คุณนั้นแหละพาผมเข้ามา และโปรดช่วยเอามือออกไปจากเป้ากางเกงผมด้วย'
"อุ้ย"
มือบางรีบผละออกจากเป้ากางเกงตุงๆ ที่โด่งและแข็งสู้มือดีมาก ก็แค่อยากลองลูบลองคลำดูบ้างอ่ะเห็นว่าใหญ่ดี นี้ผิดมากเหรอ...เดี๋ยวนะ ขอเวลาประมวลผลแปบ
'...'
"...!" ดวงตาเรียวรีพร้อมขี้ตานิดๆ เบิกกว้าง นิ้วยาวชี้หน้าคนตัวสูงสั่นๆ นี้เขาสั่นสู้นะ เวลาตื่นเต้นแล้วนิ้วกระตุกทุกที คือมันใช่เวลามาเล่นมั้ย ก็ไม่ คือเล่นทำไม เขาควรจะลงไปนั่งดิ้นๆ กับพื้นสิ ใช่มั้ย? เอานะ สาม สี่
"อีเหี้ย! ผีหลอกก! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!"


พรึ่บ!
ร่างทั้งร่างกระเด้งลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยสภาพเหงื่อชุ่ม ใบหน้าซีดเผือก มือไม้ก็เย็นไปหมด แบคฮยอนปาดเหงื่อที่ข้างขมับพร้อมร้อนรนมองรอบๆ กายด้วยใจระทึก ตึกๆ ตักๆ ติดตะดาดี้ดะดิดติด ติดตะดาดี้ดะดิดติด ติดตะดาดี้ดะดิดติดดดด เป็นศิริพร อำไพพงษ์กันเลยทีเดียว โชคดีที่ตอนนี้เขาอยู่ที่ห้องตัวเอง ไม่ใช่ในโรงพยาบาลหรือห้องชันสูตรแบบในฝัน ให้ตายเถอะมายลอร์ดล่อร์ดล้อร์ดล๊อร์ดล๋อร์ด เป็นแพทย์ก็ตั้งสองปีปกติไม่ใช่คนกลัวผีด้วยซ้ำแต่เมื่อกี้เขาฝันอะไรก็ไม่รู้หลอนเป็นบ้า สงสัยคงโหมทำงานหนักไปหน่อยถึงได้ฝันถึงศพขนาดนี้...
ครืดดด ครืดดด
เสียงมือถือที่ไม่รู้ทำไมถึงต้องดังครืดๆเหตุใดไม่ไม่ดังอุกอักก็ไม่เข้าใจวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงกำลังสั่นรุนแรงดั่งนิกกี้มินาจเต้นอนาคอนด้าดังรัวๆ จนทำให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์อย่างเขารีบเอื้อมมือไปรับในทันที นี้ก็ตีสองกว่า เวลาเป๊ะๆเว่อร์เหมือนกับในฝันเด๊ะๆ หวังว่าคงไม่ใช่คุณพยาบาลชเวหรอกนะที่โทรมา...
[สวัสดีค่ะคุณหมอบยอน ขอโทษที่ต้องรบกวนดึกดื่นแบบนี้ ดิฉันชเวโชอาน่ะค่ะ พอดีตอนนี้มีเคสเร่งด่วนเข้ามาในโรงพยาบาลไม่ทราบว่าคุณสะดวกจะเข้ามาตอนนี้รึเปล่า]
"..." น้ำเสียงหวานๆ แบบสุภาพของคุณชเวกำลังทำให้แบคฮยอนถึงกับเงียบกริบ อะไรมันจะแม่นอย่างที่คิดขนาดนี้ ซื้อหวยไม่เห็นจะถูกบ้างเลย งวดนี้เลขท้ายดันออก 70 แต่เขาดันซื้อ 71 โอ้ยคิดแล้วก็แค้นใจ จะว่าไปมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับหวยนี่นา... หัวคิ้วที่มีขนน้อยเพราะเดิมทีเขาไม่ค่อยมีคิ้วอยู่แล้วหากไม่เขียนขมวดเป็นปมเงื่อนตายแล้วคิดหนัก จะปฏิเสธคุณชเวก็เกรงใจเหลือเกินเพราะยังไงนี้ก็เป็นงาน แต่คนเราจะเอาเรื่องส่วนตัวมาเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธที่จะทำงานมันม่ายด้ายยย แมนๆ เข้าไว้ ตอบกลับไปเสียงหนักแน่นเลยว่า
"ผมติดธุระครับ"
รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโง่ที่สุดก็ตอนนี้ ติดธุระเหี้ยไรตีสองกว่าละ โกหกแบบหน้าด้านๆ งี้ใครเชื่อก็ควายแล้วครับ
[อ่า เสียดายจังเลยน่ะค่ะ เพราะเคสนี้ค่อนข้างแปลกประหลาด ผอ.โรงพยาบาลเลยต้องการจะให้ผู้เชี่ยวชาญแบบคุณมาทำงาน แต่ติดธุระไม่ว่างก็ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวดิฉันติดต่อหาหมอจงอินก็ได้...]
หางคิ้วกระตุกทันทีที่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามที่ปลายสายกำลังเอ่ยขึ้น จงอินคือหนึ่งในแพทย์ด้านชันสูตรศพที่ชอบแข่งขันกับเขามาตั้งแต่ยังเป็นแพทย์ฝึกหัด จะว่าเป็นคู่แข็งก็ได้ หมอนั้นชอบเลียแข็งเลียขาผอ.เซฮุนทุกครั้งที่มีโอกาส ไหนจะชอบหว่านเสน่ห์พยาบาลคนสวยๆ ตลอดเวลา คงคิดว่าผิวสีถ่านจะชนะใจสาวๆ ได้สินะ คิดผิดแล้วล่ะ เดียวนี้สาวเกาหลีเค้าชอบแบบมุมิสไตล์ร่างเล็กบอบบางขาสั้นน่ารักจิ้มลิ้มตาตี่ปากนิดจมูกหน่อยแบบเขาตังหาก อิอิส์
"ผมว่าหมอจงอินคงไม่ว่างหรอกครับ ถ้ายังไงเดียวผมทำธุระเสร็จจะรีบเข้าไปเลยนะครับ"
[ว้าว ดีเลยค่ะ ฉันจะรอน่ะค่ะ ตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด]
พยาบาลคนสวยพูดจบก็ตัดสายไปทันที แบคฮยอนรู้สึกพลาดมากๆ ที่ดันตกปากรับคำไปแบบนั้น เพราะความอยากเอาชนะจงอินล้วนๆ ที่ทำให้เขาต้องไปโรงพยาบาลทั้งๆ ที่ใจอยากจะนอนอืดยาวๆ บนเตียงนี้
"ตุ๊ด เหี้ยไรละ แมนๆปลอกมะม่วงครับ"

อดสถบเสียงดังไม่ได้เมื่อเสียงสัญญาญจากในมือถือมันตอกย้ำร่างกายของเขาว่ามันเหมือนตุ๊ดแค่ไหน เอาเถอะ มาชอกช้ำใจใบบัวบกตอนนี้มันก็สายไปแล้ว ยังไงก็ขอเวลาเตรียมตัวแค่ห้านาทีละกัน เดียวเขาจะรีบบึ่งรถออกไปโรงพยาบาลทันทีทันใดเลย เฮ่อ

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557

overdors


ผ่านไปราวๆ สิบนาที แบคฮยอนเดินไปปิดไฟแล้วเดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง เขารู้ว่าคยองซูอาจจะหลับไปแล้วแต่คนขี้แกล้งก็ยังอยากแกล้งอยู่ดีนั้นแหละ ค่อยๆ เนียนเอาตัวเองเข้าไปในผ้าห่มช้าๆ และเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือหนาสอดแขนเข้าไปใต้คอร่างเล็กให้อีกคนได้หนุนแทนหมอน ถ้าคยองซูไม่ตื่นมาโวยวายซะก่อนเป็นอันว่าแกล้งสำเร็จแถมฟินก่อนนอน จัดท่าทางการนอนตัวเองให้เรียบร้อยและสบายตัวที่สุด ใบหน้าหล่อคลี่ยิ้มในความมืดสลัวพร้อมกับบอกลาด้วยการจูบขมับเล็กอย่างแผ่วเบา


"Good Night นะครับ"

ครับ...
แค่นี้แหละ คนอ่านก็ไปนอนสักทีสิครับ รออะไรอยู่...






7.30 AM.

เช้าอันแสนสดใส พระอาทิตย์ดวงโตค่อยๆ ส่องแสงลอดผ้าม่านเข้ามาทักทายคนตัวเล็กในห้องด้วยการแยงไปที่เปลือกตาสีมุกแต่กระนั้นคนขี้เซาหาได้สนใจไม่ แก้มนุ่มยุ่นแนบอยู่กับหน้าอกกว้างของคนอายุมากกว่าถึงสองปีพร้อมพ่นลมหายใจอุ่นผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอใส่หน้าอกหนา คนที่ตื่นอยู่ก่อนแล้วแต่ไม่ยอมลุกกำลังนอนทำหน้าที่เป็นหมอนจำเป็นและนักบังแดดไปในตัว อดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นภาพน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ในวันที่อากาศกำลังดี

ที่จริงเขาควรลุกไปทำอาหารรอคนตัวเล็กตื่น แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าถ้าเขาลงไปข้างล่างก็ต้องอดเห็นความน่ารักของคนในอ้อมแขนต่อนะสิ แค่คิดเขาก็ไม่อยากจะลุกไปไหนให้เสียเวลาเก็บภาพความไร้เดียงสาแบบฉบับคยองซูแล้วล่ะ

"อื้ม..."

คนตัวเล็กขยับกายเปลี่ยนท่าทางการนอนจากที่ตอนแรกหัวหนุนอยู่บนแขนเขา ก็เปลี่ยนเป็นนอนหงายแผ่อ้าซ่า ขาข้างหนึ่งโผล่พ้นผ้าห่มเลยขอบเตียงไปนิดๆ แขนข้างขวากางพาดตัวเขาที่มองดูพฤติกรรมการนอนอยู่ใกล้ๆ คนตัวเล็กเคี้ยวน้ำลายแจ่บแจ่บสองสามทีก่อนจะหยุดนิ่งเหมือนเดิม

หมดกันความมุ้งมิ้งที่มี...

แบคฮยอนตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงเบาๆ ก้าวขาไปทางห้องน้ำช้าๆ ราวกับกลัวว่าทุกฝีก้าวที่เขาก้าวเดินจะส่งเสียงดังให้คนขี้เซาที่นอนแผ่อ้าซ่าอยู่บนเตียงตื่นขึ้นมาโวยวาย

แกร๊ก

มือหนาหยิบแปรงสีฟันและยาสีฟันขึ้นมาบีบใส่ของตัวเอง จัดการทำธุระล้างหน้าแปรงฟันบ้วนปากทิ้งภายในระยะเวลาห้านาทีส่วนสิบนาทีต่อมาก็จัดการอาบน้ำสระผม ใช้ผ้าขนหนูซับหน้าและตามลำตัวที่มีหยดน้ำใสเกาะพราวแล้วมัดไว้ที่ท่อนล่าง ก่อนออกห้องน้ำก็ไม่ลืมที่จะบีบหลอดยาสีฟันให้คนตัวเล็กด้วยบ่งบอกถึงความเอาใจใส่แม้ว่าจะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตาม

อ่า ที่จริงวันนี้บยอนแบคฮยอนมีนัดออกไปทำธุระกับเพื่อน จะกลับอีกทีก็เที่ยงกว่าๆ กะเอาไว้ว่าขากลับจะแวะซื้อเค้กสักสองสามชิ้นมาง้อคนตัวเล็กที่งอนอะไรเขาก็ไม่รู้และชวนไปดูหนังคอเมดี้ที่เพิ่งเข้าโรงเมื่อวานก่อน ก็ได้แต่หวังว่าแพลนวันนี้จะไม่ล่มเพราะอีกคนไม่ไปละเนอะ ที่แน่ๆ ตอนนี้เขาต้องลงไปทำอาหารเช้าสักที




8.30 AM.

งืมมมม...
(_ _Zzz     ) พลิกซ้าย...
(     zzZ_ _) พลิกขวา...
(_ _Zzz     ) พลิกซ้าย...
(     zzZ_ _) พลิกขวา...

ไอ้อาการเหงื่อแตกผลั่กเต็มหลังนี้มันคืออะไรกัน

พรึบ!
(=_____=) 

ร่างทั้งร่างกระเด้งลุกจากเตียงเหมือนมีสปริงติดหลังทั้งๆ ที่เปลือกตายังปิดอยู่ มือน้อยป้อมยกขึ้นมาป้องปากหาวกลางอากาศก่อนจะเกาแก้มตัวเองแกรกๆ แล้วพยายามลืมตาเรียกสติที่ไม่เต็มร้อยของตัวเองเข้าร่าง เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้นเปรียบเหมือนลูกหมาเกิดใหม่ตัวน้อยที่เพิ่งตื่นนอนจากอ้อมอกแม่เป็นภาพที่น่ารักมากพอๆ กันกับคยองซูเลยก็ว่าไง

จมูกรั้นทำการสูดดมกลิ่นอาหารหอมๆ ที่ลอยมาจากข้างล่างเข้าปอดพลันเสียงร้องโครกครากแบบน้ำในกระเพาะมีมากเกินไปก็ส่งเสียคำรามไปทั่วห้องทำให้มือน้อยต้องลูบท้องป้อยๆ เป็นการบอกว่ามึงใจเย็นๆ ยังไงตอนนี้ก็ต้องได้แดก ขอแค่มึงใจเย็นไว้ เป็นการปรามกระเพาะอาหารของตนเอง คนตัวเล็กหย่อนขาทั้งสองข้างลงจากเตียง สวมใส่สลิปเปอร์คู่เดิมเดินไปทางห้องน้ำแบบโซซัดโซเซ

จริงๆ ถ้าใช้เวลากับการนอนมากเกินไปคยองซูก็มักจะมีอาการมึนงงหลังตื่นนอนแบบนี้เล็กน้อยทุกเช้า ถ้าใช้เวลากับการนอนมากเกินไปก็อาจจะเป็นทั้งวันเลยก็ได้ เพราะงั้นตอนนี้สติที่พึงมีจึงยังไม่โผล่ออกมานั้นเอง มือเล็กหยิบแปลงสีฟันที่ถูกบีบน้ำยาเอาไว้ให้แล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้ว ผีที่ไหนมันมาทำให้...แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักก่อนจะกะซวกหัวแปรงเข้าปาก เวลาผ่านไปไม่นานสติที่มีเต็มร้อยก็กลับมาครบถ้วนหลังจากได้น้ำเย็นๆมาลูบหน้า มือทั้งสองข้างกอดกองผ้าขนหนูออกมาใส่ตะกร้าข้างนอก ก่อนจะเดินตามกลิ่นอาหารหอมฉุยในครัวข้างล่าง

เขาอดแปลกใจไม่ได้ที่ไม่เห็นไอ้คนขี้แกล้งอยู่ในนี้ จะเห็นก็แต่โต๊ะทั้งโต๊ะที่มีข้าวผัดอเมริกัน ไข่ดาว แฮมทอดและสลัดผักวางอยู่เท่านั้น ไม่ยักรู้ว่าแบคฮยอนทำอาหารได้หน้าทานเหมือนกัน

ว่าแต่...หมอนั้นความจำเสื่อมไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงจำสูตรอาหารได้ละ ช่างเหอะ เขาไม่คิดให้รกสมองหรอก สิ่งเดียวที่สามารถทำให้คนอย่างโดคยองซูปล่อยวางจากเรื่องทุกอย่างได้นั้นคืออาหารหน้าทานพวกนี้เท่านั้น เพียงแค่นี้ก็ลืมหมดสิ้นแล้วทุกความกังวลใจกลัวของในบ้านจะหาย

เพราะเรื่องกินคือเรื่องใหญ่